Rado เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบเชิงนวัตกรรมและการใช้วัสดุที่ล้ำหน้าเพื่อสร้างนาฬิกาที่สวยและทนทานที่สุดของโลก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เมืองเลงนาว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Rado ก็เป็นผู้บุกเบิกมาโดยตลอด โดยยึดมั่นในปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า "ถ้าเราจินตนาการได้ เราก็สามารถทำได้" จวบจนถึงทุกวันนี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rado
หลังจากจบหลักสูตรนี้ คุณจะ
นับตั้งแต่ก่อตั้ง Rado ก็เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำมาโดยตลอด ทั้งยังได้ทำสิ่งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ต่อไปนี้คือภาพรวมของสิ่งที่ทำให้ Rado เป็นแบรนด์ที่พิเศษ
ต้นกำเนิดของแบรนด์ที่แท้จริงเกิดขึ้นในปี 1917 เมื่อตระกูล Schlup เริ่มผลิตกลไกการทำงานของนาฬิกาภายในโรงงานของตนเองที่เมืองเลงนาว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปัจจุบัน Rado ยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเลงนาว และเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มุ่งเน้นด้านการออกแบบและความทนทาน
Rado ได้เปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นความจริงที่เป็นรูปธรรมนับแต่วันแรก จากเพชรที่ผลิตจากเทคโนโลยีชั้นสูงไปจนถึงไฮเทคเซรามิก ทำให้ Rado ได้ก้าวข้ามการพัฒนาที่สำคัญไปทีละขั้น เราภูมิใจในประวัติศาสตร์ด้านนวัตกรรมของเรา ที่มีการนำเสนอสิ่งที่ไม่คาดฝันให้วงการการผลิตนาฬิกาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของเราสะท้อนถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและวัสดุ และเรายังคงพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง
การออกแบบถือเป็นสิ่งสำคัญที่ Rado ใส่ใจ และเป็นปัจจัยหลักสำคัญของนาฬิกาหลายรุ่นที่เขย่าวงการและมีความโดดเด่นเหนือรุ่นอื่นๆ Rado ไม่ได้เป็นแค่เจ้าของรางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติอันทรงเกียรติหลายรางวัลเท่านั้น แต่แบรนด์ยังได้ร่วมมือกับนักออกแบบชั้นนำในการสร้างสรรค์นาฬิการุ่นใหม่ๆ
นาฬิกาของ Rado ซึ่งมีความสวยงาม ใส่สบาย ทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนถูกออกแบบมาให้ดูดีตลอดกาล เบื้องหลังทั้งหมดนี้มาจากงานวิจัยเชิงลึกและเทคโนโลยีด้านวัสดุที่ทันสมัย Rado ใช้วัสดุที่แปลกใหม่เพื่อสร้างนาฬิกาที่ทนทานที่สุดเรือนหนึ่งในโลกและสวมใส่สบายอย่างมาก Rado กล่าวได้อย่างมั่นใจเลยว่าเราเป็นนาฬิกาของ Rado ซึ่งมีความสวยงาม ใส่สบาย ทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนถูกออกแบบมาให้ดูดีตลอดกาล เบื้องหลังทั้งหมดนี้มาจากงานวิจัยเชิงลึกและเทคโนโลยีด้านวัสดุที่ทันสมัย Rado ใช้วัสดุที่ล้ำหน้า เพื่อสร้างนาฬิกาที่ทนทานที่สุดเรือนหนึ่งในโลกและสวมใส่สบายอย่างมาก Rado กล่าวได้อย่างมั่นใจเลยว่าเราเป็น Master of Materials หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุตัวจริง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุตัวจริง
คอลเล็กชันล่าสุดของเราเหมาะกับทุกสไตล์ และเป็นรุ่นที่ดีที่สุดของ Rado สไตล์และวัสดุเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของ Rado ในขณะที่ ทางแบรนด์ยังคงสร้างนาฬิกาที่สวยงามและสะดุดตาซึ่งจะยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา
การถ่ายทอดจุดเด่นหลักๆ ของ Rado อย่างชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราชนะใจลูกค้าและทำให้ลูกค้าจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้ ข้อมูลโดยสังเขปที่ทำให้ Rado แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ถูกนำเสนออยู่ด้านล่างนี้
Rado เป็นที่รู้จักในวงการนาฬิกามาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์แล้ว ในปัจจุบัน Rado
Rado ผสมผสานระหว่างความสบายและความทนทานของวัสดุไฮเทคเข้ากับศิลปะในการทำนาฬิกา นาฬิกาแบรนด์ Rado ทุกเรือนมีกลไกแบบออโตเมติกหรือแบบควอตซ์ ETA ที่มีคุณภาพสูง ซึ่ง
นาฬิกาที่ผลิตขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมกว่านาฬิกาที่ผลิตขึ้นที่ประเทศอื่นๆ นาฬิกาที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์เป็นสัญลักษณ์ของ
และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Rado สามารถกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่านาฬิกาของเราผลิตขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นับตั้งแต่แบรนด์ถือกำเนิดขึ้น Rado ก็เป็นผู้นำมาตลอด โดยยึดมั่นในปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า "ถ้าเราจินตนาการสิ่งใดขึ้นมาได้ เราก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งนั้นได้" ซึ่งยังคงเป็นความจริงจนถึงทุกวันนี้ Rado ขึ้นชื่อเรื่อง
Rado เป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำด้านการใช้ไฮเทคเซรามิกในการผลิตนาฬิกา ไฮเทคเซรามิกที่ Rado นำมาใช้นั้น:
นาฬิกาเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิต และมักจะถูกให้เป็นของขวัญเนื่องในเหตุการณ์สำคัญๆ เช่น วันแต่งงาน วันเกิดและวันเกษียณอายุ นาฬิกาเป็นเพื่อนที่จะอยู่เคียงข้างตลอดชีวิต การที่ Rado ใช้วัสดุที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนหมายความว่านาฬิกาแบรนด์ Rado ถูกออกแบบมาให้ดูดีไปอีกนานหลายปีเหมือนกับครั้งแรกที่ใส่ นาฬิกาแบรนด์ Rado สวยงามอย่างยาวนาน
มีเพียงเทคโนโลยีและวัสดุล่าสุดเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติให้ผลิตสำหรับนาฬิกา Rado
เมื่อคำนึงถึงคุณสมบัติ ดีไซน์ ความสบาย ความทนทาน ประสบการณ์และเทคโนโลยีทั้งหมดทั้งมวลที่จำเป็นสำหรับการผลิตนาฬิกาแล้ว นาฬิกาแบรนด์ Rado ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
เพราะนาฬิกาชั้นหนึ่งต้องมาพร้อมกับบริการลูกค้าชั้นหนึ่ง Rado จึงให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยมในร้านบูติกเกือบ 125 ร้าน จุดขายเกือบ 3,000 จุดและศูนย์บริการทั่วโลกของ Rado มากมายที่ได้รับอนุญาตและพร้อมให้บริการที่คุณไว้ใจได้ทั่วโลก
บริษัท เดอะ สวอทช์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลกและมีเครือข่ายองค์กรจัดจำหน่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก Rado ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุ๊ป และได้รับการสนับสนุนในด้านกระบวนการใหม่ๆ ที่ทันสมัย ตลอดจนเครือข่ายจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ดังนั้น หากลูกค้ามีปัญหาเรื่องนาฬิกา ก็จะได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกนี้ก็ตาม
เมื่อเริ่มแรกในปี 1917 Rado เป็นเพียงแค่ธุรกิจครอบครัวที่ผลิตกลไกการทำงานและส่วนประกอบของนาฬิกา
พี่น้องตระกูล Schlup ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาเล็กๆ ขึ้นที่เมืองเลงนาว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Rado ในปี 1945 โรงงานแห่งนั้นก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกลไกการทำงานของนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด
โรงงานเล็กๆ แห่งนั้นของ Schlup & Co ถูกดัดแปลงมาจากส่วนหนึ่งของบ้านพ่อแม่ของพวกเขา
หลังจากที่เริ่มต้นในวงการด้วยการเป็นผู้ผลิตกลไกการทำงาน บริษัทก็ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นที่การผลิตนาฬิกา
การตัดสินใจที่จะใส่ใจกับการพัฒนาผลงานโดยใช้ชื่อ Rado ทำให้มีการเปิดตัวคอลเล็กชันต่างๆ อย่างรวดเร็ว
ก้าวย่างนี้ทำให้บริษัทเริ่มต้นก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นแบรนด์ระดับโลก ในช่วงท้ายทศวรรษที่ 1950s Rado ก็ได้เป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง
คอลเล็กชัน Golden Horse เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คอลเล็กชัน HyperChrome ในปัจจุบัน
นาฬิกาทองคำและโลหะดั้งเดิมที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดในสมัยนั้นเป็นรอยได้ง่ายและต้องได้รับการขัดอยู่บ่อยๆ Rado มีวิสัยทัศน์ไม่เหมือนใครในการรังสรรค์นาฬิกาที่ทนทานและจะดูดีตลอดอายุการใช้งาน
ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่อยากได้นาฬิกาที่ใส่สบาย ทนทานต่อรอยขีดข่วน และมีสไตล์เฉพาะตัว
DiaStar 1 เป็นนาฬิการุ่นที่ปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกา เพราะเป็นรุ่นแรกที่ใช้โลหะแข็งและยังเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ Rado ที่ใช้คริสตัลแซฟไฟร์อีกด้วย
Rado ยังคงรังสรรค์นวัตกรรมด้านดีไซน์และวัสดุอยู่อย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 ตามปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า "ถ้าเราสามารถจินตนาการสิ่งใดขึ้นมาได้ เราก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งนั้นได้" วิสัยทัศน์ของ Rado ทำให้แบรนด์ใช้ไฮเทคเซรามิกเป็นครั้งแรกในปี 1986
ปฏิวัติวงการนาฬิกาด้วยการใช้ไฮเทคเซรามิกที่ทนทานต่อการขีดข่วนบริเวณสายนาฬิกา
Rado ก้าวเข้ามาเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ของ Swatch เมื่อปี 1986
ในยุค 1990 ได้มีการใช้งานไฮเทคเซรามิกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกวันนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rado และก่อให้เกิดดีไซน์ใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ตามมา
นาฬิกาแบรนด์ Rado รุ่นแรกที่ผลิตขึ้นโดยใช้ไฮเทคเซรามิกสีดำสำหรับตัวเรือนและสายนาฬิกา รวมเป็นชิ้นเดียวกัน ถือเป็นไอคอนด้านการออกแบบ
นาฬิกาแบรนด์ Rado อีกรุ่นที่ปฏิวัติวงการ: ไฮเทคเซรามิกสีขาว ซึ่งทุกวันนี้เป็นวัสดุหลักในคอลเล็กชันของ Rado

เป็นผู้บุกเบิกกระบวนการเผาไหม้ของพลาสมา เซรามิกจะถูกเปลี่ยนให้เป็นวัสดุสีโทนอุ่นที่มีลักษณะพิเศษและเปล่งประกายแบบโลหะโดยไม่ต้องใช้โลหะ
ในยุค 1990 ได้มีการใช้งานไฮเทคเซรามิกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกวันนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rado และก่อให้เกิดดีไซน์ใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ตามมา
นาฬิกาซีรีส์แรกของ Rado ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เพชรที่ทำจากเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้มีความแข็งสูงถึง 10,000 วิกเกอร์

เป็นครั้งแรกที่ตัวเรือนนาฬิกาของ Rado ใช้สายยึดที่มีพื้นผิวแบบเว้า
Ceramos นาฬิการุ่นที่ใช้วัสดุผสมไทเทเนียมคาร์ไบด์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ฉีดขึ้นรูปและเป็นการปูทางสู่การออกแบบใหม่ๆ

True Thinline รุ่นควอตซ์ ซึ่งมีความบางแค่ 5 มม. เป็นนาฬิกาเซรามิกไฮเทครุ่นที่บางที่สุดของ Rado และเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ตัวเรือนแบบโครงสร้างชิ้นเดียว (Monobloc) ที่เขย่าวงการนาฬิกา
ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา Rado อยู่ในช่วงพัฒนาอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด มีชื่อเสียงจากการใช้วัสดุและแนวทางที่แหวกแนวเพื่อออกแบบนาฬิกา ยังคงเป็นผู้นำในวงการมาจนถึงทุกวันนี้และยังคงพัฒนารูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจ โดยการเปิดตัวคอลเล็กชันและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ในฐานะแบรนด์บุกเบิก Rado มุ่งเน้นอนาคตอยู่เสมอ นี่คือการพัฒนาใหม่ๆ บางส่วน ที่จะปูทางไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต
ตัวเรือนแบบโครงสร้างชิ้นเดียว (Monobloc) (ตัวเรือนนาฬิกาเซรามิกแบบหล่อชิ้นเดียว) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีและพัฒนาการด้านการออกแบบครั้งสำคัญ
นาฬิกาตระกูล HyperChrome ซึ่งมีน้ำหนักเบา ใส่สบายและมีรูปลักษณ์สะดุดตา ถือเป็นหน้าตาใหม่ของ Rado

นาฬิกาไฮเทคเซรามิกรุ่นแรกของ Rado ที่มีสายนาฬิกาแบบข้อต่อ 5 ชิ้น ตัวเรือนทรงกลมพร้อมขาตัวเรือน
ตระกูล DiaMaster ยังถือเป็นนาฬิกาแบรนด์ Rado รุ่นแรกที่ผสมผสานศิลปะการผลิตนาฬิกาดั้งเดิมเข้ากับไฮเทคเซรามิก (Grande Seconde หรือ Power Reserve)
การออกแบบนาฬิกาตระกูล True ใหม่โดยใช้ตัวเรือนที่มีโครงสร้างแบบเป็นชิ้นเดียว
นาฬิกาตระกูล True ยังมีการร่วมมือด้านการออกแบบอื่นๆ อีกด้วย

ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิคและความทันสมัย
ไม่ใช่แค่กลไกการทำงานรูปแบบใหม่เท่านั้น แต่กลไกการทำงานแบบเดิมๆ ของนาฬิกาไฮเทคเซรามิกยังถูกปรับแต่งใหม่ในคอลเล็กชันของ Rado อีกด้วย
แนวสปอร์ต ใช้งานได้หลากหลายโอกาสและพร้อมสำหรับกลไกการทำงานและวัสดุใหม่ๆ
Rado ที่มุ่งเน้นนำเสนอสิ่งใหม่ๆ กำลังมองหาวัสดุใหม่ เช่น บรอนซ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีไฮเทคเซรามิกแบบบางพิเศษในรูปโฉมใหม่และสีใหม่ด้วย

สีใหม่ๆ ในคอลเล็กชันนี้จะทำให้กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบ
Rado ได้ฝึกปรือจนเชี่ยวชาญเทคนิคในการรังสรรค์ไฮเทคเซรามิกสีน้ำเงินและสีเขียว การสร้างสีให้มีความสม่ำเสมอในเซรามิกขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องยาก
การออกแบบสไตล์วินเทจจากในอดีตกลับมาอีกครั้ง
การมองย้อนกลับไปในอดีตทำให้ Rado สามารถจินตนาการถึงการออกแบบสไตล์วินเทจได้ใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและความชื่นชอบของผู้สวมใส่นาฬิกายุคใหม่

True Square Open Heart เป็นนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมเรือนแรกที่มีตัวเรือนแบบเป็นชิ้นเดียวที่ผลิตจากไฮเทคเซรามิกแบบฉีดขึ้นรูป
ในปี 2021 Captain Cook ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rado เปิดตัวครั้งแรกด้วยวัสดุที่ทำจากไฮเทคเซรามิก

นวัตกรรมในปี 1962 เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นโดยความร่วมมือกับนักออกแบบชาวสวิสนามว่า Alfredo Häberli
ปี 2023 นับเป็นปีที่ครบรอบ 40 ปีของการเปิดตัวรุ่น Rado Anatom นาฬิการุ่นแรกที่นำคริสตัลแซฟไฟร์มาทำเป็นรูปทรงต่างๆ การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกา Rado ขอฉลองครบรอบหมุดหมายสำคัญนี้ด้วยการนำรุ่น Rado Anatom มารังสรรค์ใหม่สำหรับคนยุคนี้

ในปัจจุบัน Rado เป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการออกแบบนวัตกรรมและการใช้วัสดุต่างๆ ที่ปฏิวัติวงการอย่างมีวิสัยทัศน์มาผลิตเป็นนาฬิกาที่มีความทนทานที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก
...รันวงการเทนนิสมาเป็นเวลา
ปีแล้ว
...และจัดจำหน่ายเรือนเวลาผ่านบริษัทในเครือ
บริษัทในเครือของ Swatch Group และตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วทุกมุมโลก
...ได้รับรางวัลระดับโลกมากกว่า
รางวัลด้านการออกแบบ
ระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ
...มีจำหน่ายใน
ประเทศทั่วโลก
...วางจำหน่ายในร้านบูติก
แห่งทั่วโลก
...หาซื้อได้ตามจุดขายเกือบ
แห่งทั่วโลก
*ข้อมูลประจำเดือนมกราคม 2025
ระหว่างที่มีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยคุณ Nicolas G. Hayek เป็นผู้ดำเนินการ Rado ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ Swatch Group ในปี 1986
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แบรนด์ก็สามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของกลุ่ม Swatch Group ซึ่งได้สนับสนุนการวิจัยด้านวัสดุและการออกแบบดั้งเดิม
ในปัจจุบัน Swatch Group มีพนักงานกว่า 35,000 คนในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกและเป็นผู้ผลิตนาฬิกาอันดับหนึ่ง Swatch Group ยังผลิตนาฬิกา เครื่องประดับ กลไกการทำงานและชิ้นส่วนของนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทผลิตส่วนประกอบเกือบทุกประเภทที่จำเป็นแก่การผลิตนาฬิกาที่จำหน่ายภายใต้แบรนด์นาฬิกาทั้ง 16 แบรนด์ และยังจัดจำหน่ายส่วนประกอบต่างๆ ให้แก่ทั้งวงการการผลิตนาฬิกาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นอกจากนี้ยังมีองค์กรที่เป็นเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วโลกเป็นของตนเองอีกด้วย Swatch Group ยังเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์
Rado สื่อสารโดยการใช้ ‘เสาหลัก’ ของแบรนด์ดังต่อไปนี้ นี่คือคุณสมบัติหลักที่ทำให้ Rado โดดเด่นไม่เหมือนใคร สามารถเห็น ‘เสาหลัก’ เหล่านี้ได้จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ Rado ทำ
Rado ขึ้นชื่อเรื่องการใช้วัสดุไฮเทคเพื่อรังสรรค์นาฬิกาที่สวมใส่สบายและทนทาน Rado ยังผลิตไฮเทคเซรามิกสำหรับนาฬิกาแบรนด์ของตนเองมาตั้งแต่ปี 1986 และสร้างสรรค์นวัตกรรม นำเสนอกระบวนการการผลิตใหม่ๆ ตลอดจนวัสดุและคอลเล็กชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญด้านการออกแบบระดับนานาชาติ Rado ยังเป็นผู้นำด้านการออกแบบและนวัตกรรมทางด้านวัสดุเพื่อสร้างนาฬิกาที่ดูสวยงามตลอดกาล แบรนด์ได้ทำงานร่วมกับงานด้านการออกแบบที่สำคัญ (รางวัล Good Design Award, Red Dot Award, Grands Prix du Design Award เป็นต้น) เพื่อส่งเสริมผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่
Rado ได้รับสมญานามว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุเนื่องจากนวัตกรรมและความรู้ทางเทคนิคในเรื่องเทคโนโลยีวัสดุของเรา จิตวิญญาณความเป็นผู้บุกเบิกและความชำนาญของเราทำให้เราผลิตไฮเทคเซรามิกได้กว่า 20 สี สีสันเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เราทำ สัมผัสความสดใสด้วยการสวมใส่นาฬิกา Rado
นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา Rado ก็ถูกเชื่อมโยงกับกีฬาเทนนิสอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญกับความท้าทาย และนักเทนนิสมักจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ในฐานะที่ Rado เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันที่มีอยู่มากมายทั่วโลก แบรนด์จึงมีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับกีฬาเทนนิส
แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Rado สะท้อนถึงคุณค่าหลักของแบรนด์ ได้แก่ นวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว การก้าวข้ามขีดจำกัด และการมุ่งมั่นพัฒนาสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง
คริกเกตเป็นกีฬาที่อาศัยเวลาและผู้เล่นจะต้องแข่งกับเวลา Rado มีความเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะทั้งสองข้ออย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจับเวลาได้อย่างไร้ที่ติและการผลักดันให้ทำสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของคริกเกตทีมชาย และทีมหญิงของอังกฤษ Rado ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของกีฬานี้
Rado เฟ้นหาแรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่หลากหลายอยู่เสมอ และเรื่องการออกแบบก็เช่นกัน Rado ได้ขอให้สถาปนิกและประติมากรชั้นนำ ตลอดจนนักออกแบบแฟชันและนักออกแบบอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงนำปรัชญาการออกแบบที่โดดเด่นของพวกเขามาประยุกต์ใช้กับนาฬิการุ่นที่โดดเด่นของ Rado อย่างเช่น รุ่น Ceramica หรือ True ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแต่ละคน ซึ่งได้รับการยกย่องในวงการและพื้นที่ต่างๆ มากมายมีส่วนช่วยนำเสนอสิ่งที่พิเศษในการทำให้วิสัยทัศน์ของ Rado เป็นจริงขึ้นมา
Rado แสดงออกถึงความทุ่มเทให้แก่กีฬาเทนนิสอย่างเต็มที่
Rado เป็นแฟนตัวยงและผู้สนับสนุนกีฬาเทนนิสและผู้เล่นมาเกือบสี่ทศวรรษ มีมรดกที่น่าอิจฉาในฐานะหุ้นส่วนและผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย
ในทุกๆ การเสิร์ฟ การวอลเลย์ เบสไลน์แรลลี่ Rado เป็นศูนย์กลางของการแข่งขัน – โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่การจับเวลาคือทุกสิ่ง และแมตช์การแข่งขันที่กินเวลายาวนานหลายชั่วโมง ระบบการจับเวลาที่แม่นยำของเราทำให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลามีค่าและไม่มีสิ่งใดที่ถูกปล่อยทิ้ง ในขณะที่ผู้เล่นและแฟนๆ เสียสมาธิไปกับการแข่งขัน นาฬิกาที่หัวมุมของ Rado จะคอยติดตามทุกช่วงเวลา
โครงการ YoungStars ซึ่งเปิดตัวในปี 2015 ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนักเทนนิสเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีแววด้วยวัตถุประสงค์ในการสร้างทีมผู้เล่นระดับนานาชาติที่มีความสามารถและมีความกระตือรือร้นพร้อมทั้งมีศักยภาพในการเป็นดาวรุ่งด้านเทนนิสรุ่นต่อไป สำหรับ Rado YoungStars ในปัจจุบันประกอบด้วย Linda Noskova, Leandro Riedi และ Luca Nardi ผู้เล่นมืออาชีพรุ่นใหม่เหล่านี้มีทักษะ ความเข้มแข็งและแรงใจเหมือนกันที่ทำให้พวกเขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดสำหรับโครงการ
หนทางที่จะไปถึงจุดสูงสุดยังอีกยาวไกลสำหรับ Rado YoungStars แต่ความทุ่มเท ความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จคือค่านิยมที่พวกเขามีร่วมกับ Rado ซึ่งทำให้แบรนด์เป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบของดาวรุ่งด้านเทนนิสเหล่านี้ Rado มีความยินดีที่ได้มีโอกาสสนับสนุน YoungStars ในทุกย่างก้าวสู่ความสำเร็จ
แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Rado สะท้อนถึงคุณค่าหลักของแบรนด์ ได้แก่ นวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว การก้าวข้ามขีดจำกัด และการมุ่งมั่นพัฒนาสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราได้ที่ rado.com
อาชีพที่เป็นแรงบันดาลใจให้โลก
Ash Barty เลิกเล่นเทนนิสเมื่อต้นปี 2022 หลังจากที่ชนะ Australian Open และ Wimbledon เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ การได้ชมการเล่นอันน่าตื่นตาตื่นใจและสไตล์การเล่นที่สง่างามและแข็งแกร่งของเธอทำให้แฟนๆ หลงใหล
การได้ร่วมงานกับ Rado เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพการงานของเธอ และก้าวไปไกลกว่าการงานที่ทำเมื่ออยู่ในสนามเทนนิส เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับ Ash แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราในบทต่อไปในชีวิตของเธอ
Hrithik Roshan เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ทำงานหนักและประสบความสำเร็จมากที่สุดในบอลลีวูด ตลอดการทำงานที่โดดเด่นมากว่าสองทศวรรษ เขาได้ปรากฎตัวในภาพยนตร์มากมายหลายสิบเรื่อง โดยได้รับบทบาทที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ภาพยนตร์เรื่องใหญ่เรื่องแรกของเขา "Kaho Naa... Pyaar Hai" ในปี 2000 ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ต่อมาในปี 2003 เขารับบทเป็นวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาในภาพยนตร์เรื่อง "Koi... Mil Gaya" ซึ่งเป็นภาพยนตร์บอลลีวูดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของปีนั้น ไม่นานมานี้ เขาได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์แอคชันเรื่อง 'War' ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์อินเดียที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล เขาไม่เคยกลัวที่จะเสี่ยง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์
นอกเหนือจากอาชีพการแสดงแล้ว Hrithik ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับยูนิเซฟในโครงการที่มีเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในดาราที่ใจบุญที่สุดในบอลลีวูด Hrithik เป็นแบบอย่างในเรื่องสไตล์เช่นเดียวกัน และได้รับการจัดอันดับโดย Forbes India ให้เป็นหนึ่งใน 20 บุคคลดังที่ทรงอิทธิพลที่สุด การอุทิศตนอย่างไม่หวั่นไหวในงานศิลปะและความสามารถของเขาในการสร้างสรรค์ตัวตนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทำให้ Hrithik เป็นแอมบาสเดอร์ของ Rado ที่สมบูรณ์แบบ Hrithik Roshan และ Rado ทำงานร่วมกันมานานกว่าทศวรรษ และดาราดังของบอลลีวูดรายนี้ภูมิใจในความสัมพันธ์ที่ยืนยาวของเขากับผู้ผลิตนาฬิกาของสวิสที่มีชื่อเสียง
Ji Chang-wook นักแสดงชาวเกาหลี ได้ร่วมงานกับ Rado ในฐานะทูตสำหรับแบรนด์ของเรา อาชีพการแสดงของเขาเป็นที่รู้จักในเกาหลีและที่อื่น ๆ โดยเริ่มต้นเมื่ออายุ 20 ปี แต่ชื่อเสียงที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเขารับบทนักสเก็ตความเร็วชาวเกาหลี-อเมริกันในละครรายวันช่วงไพรม์ไทม์เรื่อง Smile Again ในฐานะนักแสดงและนักแสดงละครเพลงที่ได้รับรางวัล เขาได้เล่นเป็นตัวละครร่วมสมัยและตัวละครประวัติศาสตร์ที่หลากหลายในภาพยนตร์ โทรทัศน์ และซีรีส์บนเว็บที่หลากหลาย เขาได้รับการยกย่องจากการแสดงในฐานะจักรพรรดิทาฮวานในซีรีส์เกาหลีเรื่อง Empress Ki เขายังเข้าสู่บทบาทที่ทำให้หัวใจเต้นแรงในซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้อย่างเช่น Backstreet Rookie และ Lovestruck in the City ได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ Ji ยังปรากฏตัวบ่อยครั้งในละครเพลงและมิวสิควิดีโอ และได้บันทึกเสียงเพลงต้นฉบับหลายเพลง
Katrina Kaif ซุปเปอร์สตาร์จากวงการบอลลีวูดได้ตบเท้าเข้าร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Rado ความงามอมตะของ Katrina Kaif
การเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทั่วโลกทำให้ Katrina Kaif เป็นบุคคลที่ดีที่สุดในการแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่เสื่อมคลายของ Rado
ในการนำเสนอความแม่นยำ นวัตกรรมและงานฝีมือ Katrina Kaif ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านพรสวรรค์และความสามารถอันหลากหลายของเธอ สะท้อนให้เห็นถึง
ค่านิยมที่ Rado ให้ความสำคัญ
Cameron Green นักคริกเก็ตชาวออสเตรเลียผู้มีความสามารถรอบด้านขึ้นแท่นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Rado Green เป็นผู้ตีฟอร์มดุและขว้างลูกได้อย่างว่องไว เขาจึงเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติออสเตรเลียที่ลงแข่งคริกเกตเทสต์และ ODI เป็นประจำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อปี 2022 ก่อนแข่ง IPL ในปี 2023 Green ก็ได้เซ็นสัญญาเข้าทีม Mumbai Indians มูลค่า 175 ล้านรูปีอินเดีย ทำให้เขาเป็นนักคริกเก็ตต่างชาติที่ค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของ IPL ณ ตอนนั้น นอกจากผลงานประจำฤดูกาลที่น่าประทับใจแล้ว Green ยังทำรันได้ 100 รันเป็นครั้งแรกในนัดแข่งขันของ IPL กับทีม Sunrisers Hyderabad นอกจากนี้ เขายังทำรันได้ 100 รันเป็นครั้งแรกในการแข่งขันคริกเกตเทสต์ (ฟาดฟันกับทีมอินเดียอีกเช่นกัน) และยังเป็นสมาชิกของทีมออสเตรเลียที่คว้าแชมป์ในการแข่งขันคริกเกตเทสต์ระดับโลกและทีมที่คว้าแชมป์โลกในการแข่งขัน ODI อีกด้วย
สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของ Rado ได้ตามร้านค้าปลีกเฉพาะที่ส่งมอบประสบการณ์การช็อปปิ้งระดับพรีเมียมและบริการที่เป็นเลิศ
วัสดุที่ปฏิวัติวงการของ Rado ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเป็นเวลาหลายปี เทคนิคการผลิตที่ซับซ้อน และเทคโนโลยีล้ำสมัย เทคนิคมากมายสามารถนำมาผสานรวมกับคำขวัญของเรา «Feel it!» ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
Feel it สำหรับเราแล้ว หมายถึงทุกสิ่งที่ Rado นำเสนอ: ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ ความเบา ความเรียบเนียน ความไร้กาลเวลา สไตล์ที่คงทน ดีไซน์ นวัตกรรม อารมณ์ พลังงาน เวลา เทคโนโลยี นี่เป็นวลีหนึ่งที่ครอบคลุมและแสดงออกถึงตัวตนของเรา สิ่งที่เราทำ รวมทั้งเหตุผลที่สำคัญที่เราออกแบบและสร้างนาฬิกาขึ้นสำหรับผู้สวมใส่ยุคใหม่
ท้ายที่สุดแล้ว ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุที่ครอบคลุมทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว คือ เพื่อความสบายของคุณ
หากต้องการทราบว่าอะไรทำให้ประสบการณ์การสวมใส่นาฬิกา Rado มีความพิเศษ คุณควรลองด้วยตัวคุณเอง นี่เป็นเหตุผลที่เราแนะนำให้ลูกค้าสวมใส่นาฬิกา Rado ไว้บนข้อมืออยู่เสมอ
หลายคนจะสังเกตเห็นความเบาอย่างเหลือเชื่อของนาฬิกา Rado ที่ผลิตจากไฮเทคเซรามิกหรือCeramosTM
วัสดุเหล่านี้แข็งกว่าเหล็กอย่างมาก แต่มีน้ำหนักที่เบากว่าอย่างโดดเด่น วัสดุเหล่านี้ให้อิสระในการเคลื่อนไหวในระดับที่เหนือจินตนาการ
นี่เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกทัศน์อย่างแท้จริงสำหรับทุกๆ คนที่ต้องการสัมผัสกับความเบาสบายในทุกๆ วัน
ต่อไป เราจะแนะนำให้คุณหลับตา
คุณจะไม่เพียงแต่สัมผัสเสียงเดินของนาฬิกาที่สม่ำเสมอ และเงียบสงัดของนาฬิกาเท่านั้น แต่การสัมผัสพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Rado แต่ละรุ่นด้วยปลายนิ้วของคุณ ยังถือวิธีการในอุดมคติอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็น ผิวด้านหรือผิวเงา เรียบหรือมีผิวสัมผัส พร้อมหนังที่ผ่านการทำผิวหยาบหรือโลหะที่ให้สัมผัสเย็น: การผสมผสานพื้นผิวที่หลากหลายถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของคอลเล็กชันของเราและเป็นผลลัพธ์จากแนวคิดการออกแบบที่ครอบคลุมครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม ยังมีอะไรสิ่งอื่นๆ อีกมากมายให้ค้นหา เช่น รูปทรงที่ลื่นไหล ซึ่งเราประดับประดาด้วยการออกแบบที่โดดเด่นที่สุดของเรา
ตัวเรือนแบบโครงสร้างชิ้นเดียว (Monobloc) ที่ได้รับการผลิตขึ้นเป็นชิ้นเดียวตามส่วนโค้งของข้อมือ ตลอดถึงสายนาฬิกาที่มีข้อต่อแบบยืดหยุ่นของเราหรือกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีความโค้งมนอย่างอ่อนโยน การสัมผัสกับความโค้งที่สมบูรณ์แบบของนาฬิกาช่วยทำให้เกิดความน่าปิติยินดี
และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือสีสันที่คมเข้ม ซึ่งเป็นแง่มุมใหม่ๆ ที่เราได้เพิ่มให้กับการจับเวลาอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นองค์ประกอบที่มีสไตล์เฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังมีผลทางอารมณ์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใด คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความหลงใหลภายใต้การผลิตนาฬิกา Rado ทุกเรือน ความแม่นยำและความเอาใจใส่ที่ผู้ผลิตนาฬิกาและวิศวกรของเราทุ่มเทให้กับนาฬิกาเรือนนี้ ใครก็ตามที่ได้สังเกตเห็น «ความแตกต่าง» เหล่านี้ก็มักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนนานาชาติของเรา